| วงจรชีวิตของปลวก (Termite Life Cycle) |
 |
|
การเกิดปลวกรังหนึ่ง ๆ นั้นเริ่มจากแมลงเม่าบินออกจากรังไปจับคู่ผสมพันธุ์กัน แล้วสลัดปีกกลายเป็นนางพญาและราชา จากนั้นจะช่วยกันสร้างรังในจุดที่มีอาหารและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เมื่อนางพญาเริ่มวางไข่ ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนในเวลาประมาณ 7 วัน จากนั้นตัวอ่อนจะเจริญเติบโตเป็นปลวกวรรณะต่าง ๆ ได้แก่ ปลวกงาน ปลวกทหาร และวรรณะสืบพันธุ์ ตามรูป |
| |
|
|
| |
วรรณะกรรมกรหรือปลวกงาน (Worker) |
| |
|
ตัวเล็ก สีขาวนวล ไม่มีปีก ไม่มีเพศ และไม่มีตา
|
| |
|
ใช้หนวดเป็นอวัยวะรับความรู้สึก |
| |
|
มีผนังลำตัวบาง |
| |
|
ทำหน้าที่เกือบทุกอย่างภายในรัง : หาอาหาร สร้างและซ่อมรัง ทำความสะอาดรัง ดูแลไข่และเลี้ยงตัวอ่อน เพาะเลี้ยงเชื้อรา |
| |
|
มีจำนวนมากที่สุดในรัง |
| |
|
เป็นวรรณะเดียวที่ทำลายไม้และวัสดุต่าง ๆ |
|
| |
|
|
 |
|
|
มีขนาดใหญ่กว่าปลวกวรรณะอื่น ๆ
|
| |
|
หัวโต สีเข้มและแข็ง |
| |
|
มีกรามขนาดใหญ่ |
| |
|
ไม่มีปีก เพศ และตา |
| |
|
บางชนิดกรามจะดัดแปลงไปเป็นอวัยวะคล้ายคีม เพื่อใช้ในการต่อสู้ |
| |
|
บางชนิดไม่มีกรามจะดัดแปลงส่วนหัวให้เป็นงวง เพื่อกลั่นสารเหนียวปล่อยออกไปติดตัวศัตรูทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้หรือตายได้ |
| |
|
|
ทำหน้าที่ป้องกันศัตรูที่จะเข้ามาทำร้ายหรือรบกวนประชากรภายในรัง |
|
| |
|
วรรณะสืบพันธุ์ (Reproductivex)
|
ประกอบด้วยปลวกที่มีรูปร่าง ลักษณะต่างกันไป ตามช่วงระยะเวลาของการดำเนินชีวิต คือ
|
|
แมลงเม่า |
|
นางพญา และราชา |
|
วรรณะสืบพันธุ์รอง |
|
| |
|
|
 |
|
|
มีปีก ส่วนใหญ่ปีกจะยาวเป็น 2 เท่าของลำตัว
|
| |
|
ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลืองถึงดำ |
| |
|
เมื่อสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะสม จะบินออกจากรังไปผสมพันธุ์กัน และเริ่มสร้างรังใหม่ |
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|
นางพญาและราชา (Queen & King)
|
 |
|
|
เป็นแมลงเม่าที่ผสมพันธุ์กันแล้วสลักปีก |
| |
|
สร้างรังอยู่ในดินหรือในไม้ ( ถ้าเป็นปลวกไม้แห้ง ) |
| |
|
นางพญาหรือราชินีปลวกเมื่อผสมพันธุ์แล้วส่วนท้องจะขยายใหญ่ เพื่อใช้เป็นอวัยวะเก็บไข่ |
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|
ลักษณะไข่และตัวอ่อนของปลวก
|
 |
 |
|
|
|
| |
|
|
 |
|
|
พบในรังที่นางพญาหรือราชามีประสิทธิภาพในการผลิตไข่ลดลง
|
| |
|
มีอายุขัยสั้นกว่านางพญาหรือราชา |
| |
|
ประสิทธิภาพในการวางไข่ต่ำกว่านางพญาหรือราชา |
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
| |
|
| จุดสังเกตที่ทำให้ทราบว่ามีปลวก |
|
พบทางเดินปลวก |
|
มีปีกแมลงเม่าที่ถูกสลัดทิ้ง |
|
ไม้เป็นโพรง (เมื่อเคาะ) และขาดความมันเงา |
|
พบรังขนาดเล็กตามช่องว่างรอยแตกของผนัง |
|
ตามฝ้าเพดานพบรอยบวมคล้ายน้ำซึม |
|
สีของไม้ (เฟอร์นิเจอร์ ขอบบัว) เปลี่ยน เช่น มีสีเข้มขึ้น หรือ เป็นรอยด่าง |
| |
|
| ช่องทางการเข้าทำลายของปลวก |
|
ตามรอยแตกร้าวของพื้นคอนกรีตและบันได |
|
รอยต่อระหว่างพื้นคอนกรีตและผนังอาคาร |
|
ตามทางเดินดินที่ปลวกสร้างขึ้นมาตามเสา |
|
รอยเชื่อมต่อระหว่างพื้นดินและผนังอาคาร |
|
|
| การทำทางเดินดินห่อหุ้มตัวของปลวก |
|
เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้นและรักษาความชื้นภายใน
|
|
เพื่อป้องกันศัตรูจากภายนอก เช่น มดชนิดต่าง ๆ |
| |
|
| ลักษณะการกินเนื้อไม้ |
|
เป็นร่องลึกตามแนวยาวของเส้นไม้ |
|
ถูกทำลายน้อย : ผิวไม้จะมีร่องรอยของขุยปลวกเป็นจุดดำ ๆ กระจายอยู่ทั่วไป |
|
ถูกทำลายมาก : เนื้อไม้จะเปลี่ยนเป็นโครงสร้างดิน มีลักษณะเป็นรูพรุน คล้ายฟองน้ำ |
| |
|